ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารมูลค่าสูง ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและการเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรธรรมชาติ

          NeEC มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มูลค่า 719,693 ล้านบาท คิดเป็น 41.0% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ 4.1% ของ GDP ประเทศ มีอัตราการขยายตัว 4.4% และ GPP เฉลี่ยต่อประชากร 121,806 บาท โครงสร้างเศรษฐกิจประกอบด้วยภาคบริการ 53.9% ภาคอุตสาหกรรม 31.6% และภาคการเกษตร 14.5% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมและบริการมูลค่าสูง

          ด้านกำลังแรงงาน NeEC มีกำลังแรงงานรวม 3.1 ล้านคน คิดเป็น 7.7% ของกำลังแรงงานทั่วประเทศ โดยภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นผู้จ้างงานหลัก 45.2% ตามด้วยภาคการค้าและบริการ 36.6% และภาคการผลิต 18.2% กำลังแรงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมี 277,398 คน เพิ่มขึ้น 8.8% และกำลังแรงงานด้านดิจิทัลเติบโต 37.6% เป็น 63,206 คน สะท้อนการเตรียมพร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่

          อุตสาหกรรมชีวภาพ มีศักยภาพมหาศาลจากฐานทรัพยากรชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอ้อย มันสำปะหลัง และข้าว ซึ่งมีสัดส่วนผลผลิตสูงกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตรวมทั้งประเทศ มีโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรคิดเป็นหนึ่งในห้าของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดในภาค เน้นการผลิตพลาสติกชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ และเคมีชีวภาพ มีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้เติบโต 2 เท่าภายใน 5 ปี จาก 20,000 ล้านบาท เป็น 40,000 ล้านบาท

          อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยภาคการเกษตรคิดเป็น 1 ใน 5 ของโครงสร้างเศรษฐกิจและเป็นแหล่งจ้างงานหลักสำหรับแรงงานกว่า 6.5 ล้านคน เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ อ้อย มันสำปะหลัง และสินค้าที่ได้รับการคุ้มครองทางภูมิศาสตร์ มีเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรม Future Foods ให้เพิ่มขึ้น 25% ในตลาดส่งออก

          NeEC มีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการค้าชายแดนผ่านเส้นทางโลจิสติกส์ R3A และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าชายแดนสำหรับประเทศ CLMV และจีน ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน ที่จะเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและขยายโอกาสทางการค้า

          เมื่อพิจารณาศักยภาพและความพร้อมของแต่ละพื้นที่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งในด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และบริบททางเศรษฐกิจและสังคม โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาในระดับประเทศและโอกาสในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่ พบว่าสามารถระบุคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมาะสมกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) และผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นพร้อมสำหรับการพัฒนาได้ ดังนี้:

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมูลค่าสูง (Argo-Food High Value)
  • Longlist: อาหารและเครื่องดื่มจากเทคโนโลยีการหมัก, ผลิตภัณฑ์ GI, เนื้อสัตว์ (โค สุกร แพะ ปลา), Smart Farming / UAV / Smart IOT, สมุนไพรและผลิตภัณฑ์แปรรูป
  • Shortlist: สมุนไพรและผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพ (สารสกัดพืชสมุนไพร), อาหารและเครื่องดื่มจากเทคโนโลยีการหมัก (พรีไบโอติกจากจุลินทรีย์ธรรมชาติ, โพรไบโอติกสกัดจากอาหารหมักท้องถิ่น, เครื่องดื่มกลุ่มชาหมักเพื่อสุขภาพ)
  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Silver Wellness Service and Product)
  • Longlist: ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ, Living long stay / Workcation, ระบบบริการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ, การรักษาสุขภาพโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
  • Shortlist: Medical hub, การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (สร้าง Happy Retirement Destination สำหรับชาวต่างชาติ)
  1. กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเคารพและส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Respective and Inclusive Tourism)
  • Longlist: ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชิงเคารพ
  • Shortlist: ท่องเที่ยวเชิงเคารพสายธรรม, ท่องเที่ยวเชิงเคารพสายประวัติศาสตร์โบราณคดีและความเชื่อ, ท่องเที่ยวเชิงเคารพสายวิถีชีวิตชุมชนคนอีสาน

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

กลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมูลค่าสูง (Argo-Food High Value)

กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Silver Wellness Service and Product)

กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเคารพและส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Respective and Inclusive Tourism)