ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ครอบคลุม 4 จังหวัดหลัก คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภูมิภาคคิดเป็น 7.6% ของ GDP ประเทศ โดยเชียงใหม่เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจด้วย GPP สูงสุดที่ 239,739 ล้านบาท รองลงมาคือลำปางและลำพูน ในปี 2565 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 66 โครงการ มูลค่า 2,749 ล้านบาท และมีการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 15,505 ล้านบาท พื้นที่มีแรงงานพร้อมทำงาน 2.27 ล้านคน กระจุกตัวในภาคบริการ 59.2% อุตสาหกรรม 23.1% และเกษตรกรรม 17.8% มีแรงงานต่างด้าว 174,165 คน คิดเป็น 69.7% ของแรงงานต่างด้าวในภาคเหนือ

          NEC ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจด้วยแนวคิด BCG Economy และ Creative Lanna โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเป้าหมายให้ GPP เติบโตเป็น 1 ล้านล้านบาทใน 10 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 30 ล้านคน และการค้าการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้นเท่าตัว พื้นที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ล้านไร่ แหล่งน้ำสำคัญ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์

          ด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย NEC มุ่งเน้น 4 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ มีแรงงานสร้างสรรค์ 30% ของภาคเหนือ ได้รับยอมรับเป็นฐานของ Digital Nomad และมีมูลค่าการผลิตเซรามิกในลำปางกว่า 1,200 ล้านบาทต่อปี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 8 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้กว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี มีศูนย์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและรีสอร์ตเชิงสุขภาพกว่า 50 แห่ง อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่มีโรงงานแปรรูป 7,362 แห่ง ส่งออกมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี และมีภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้าน 649 ชนิด รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของครัวเรือน 82.4% สร้างงานในสตูดิโอแอนิเมชันและเกมกว่า 5,000 ตำแหน่ง

          พื้นที่ยังมีศักยภาพด้านคลัสเตอร์เสริม เช่น กลุ่มส่งเสริมเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่มีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 500 เมกะวัตต์ การค้าชายแดนที่เป็นประตูสำคัญสู่เมียนมาและจีน และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนรถ EV ใหม่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ NEC จึงถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          เมื่อพิจารณาศักยภาพและความพร้อมของแต่ละพื้นที่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งในด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และบริบททางเศรษฐกิจและสังคม โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาในระดับประเทศและโอกาสในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่ พบว่าสามารถระบุคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เหมาะสมกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) และผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นพร้อมสำหรับการพัฒนาได้ ดังนี้

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมูลค่าสูง (Argo-Food High Value)
  • Longlist: ข้าว, กาแฟ, ชา, นมโคคุณภาพสูง
  • Shortlist: ลำไย, มะม่วง
  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Silver Wellness Service and Product)
  • Longlist: ระบบขนส่งและท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ + เทคโนโลยี AR/VR, Monitoring Technology สำหรับครอบครัว, ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร Caregiver, การสร้างแหล่งท่องเที่ยว Friendly for Elderly, งานวิจัยเชิงพาณิชย์ด้านเทคโนโลยีการแพทย์/พลาสมา
  • Shortlist: Nursing Home Selection, Telemedicine, แพ็กเกจท่องเที่ยวผู้สูงอายุ, อาหารเสริมเฉพาะผู้สูงวัย, คลินิกสุขภาพ + พลาสมา
  1. กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเคารพและส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Respective and Inclusive Tourism)
  • Longlist: บ้านผาหมี, บ้านปง-แม่ขนิลเหนือ, Creative Lanna Festival
  • Shortlist: Chiang Mai Design Week (CMDW), บ้านแม่กำปอง

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

กลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมูลค่าสูง (Argo-Food High Value)

กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Silver Wellness Service and Product)

กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเคารพและส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Respective and Inclusive Tourism)